เดิมเรียกว่าบ้านเกยทราย สาเหตุคือเรือบรรทุกภาวะอิฐปูนขาวนั้นมาเกยทราย ไปไหนมาไหนไม่ได้ พระเจ้าเสือจึงขอที่ตายาย ก่อสร้างพระบรมธาตุตรงแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน เดิมแม่น้ำยมแควใหญ่ พ่อค้าที่ชอบใช้เรือชอบใช้ แม่น้ำยม เพราะการคมนาคมถึงเมืองสองแคว (จังหวัดพิษณุโลก) ส่วนแม่น้ำน่านเรียกว่าครองเรียงเรื่องแม่น้ำทั้งสองสายนี้ทราบจากท่านสมเด็จพระสังฆราชทรงตรัสถามพระท่าน ใบฎีกาอยู่ (พระครูนิรภัยวิภาค) ว่าแม่น้ำอะไร หลวงพ่อทองอยู่ตอบว่าแม่น้ำน้ำยม แม่น้ำน่าน สมเด็จพระสังฆราชเคยตรัสว่าแม่น้ำยมเดิมชื่อแควใหญ่ แม่น้ำน่านเดิมชื่อคลองเรียง "องค์การบริหารส่วนตำบลเกยไชย"กระทรวงมหาดไทยได้มีการประกาศจัดตั้งสภาตำบลเกยไชยขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2539 (ประกาศลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2539) ปัจจุบันสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลเกยไชย ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 159 หมู่ 3ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฏีกา เล่ม 111 ตอนที่ 53 ก ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 มีฐานะเป็นนิติบุคคล จากเดิมก่อนจะมาเป็น อบต. ตำบลยังเป็นสภาตำบลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยที่ 222/2499 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2499 เรื่องระเบียบบริหารราชการส่วนตำบลและหมู่บ้านโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเปิดโอกาสให้ราษฏรได้เข้า มาร่วมกันบริหารงานของตำบลและหมู่บ้านทุกอย่างเท่าที่จะเป็นประโยชน์แก่ท้องถิ่นและราษฏรเป็นส่วนรวมอันจะเป็นทางนำ ราษฏรไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยด้วยวิธีการจัดให้มีสภาตำบลและคณะกรรมการตำบลขึ้น อย่างไรก็ตามฐานะของสภาตำบลยังไม่ได้เป็นนิติบุคคลแต่ถือเป็นหน่วยหนึ่งขององค์การบริหารส่วนจังหวัด การที่สภาตำบลไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลทำให้การบริหารงานไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขาดความคล่องตัวในการบริหารงานรัฐบาลจึงปรับปรุงฐานะของสภาตำบลเสียใหม่ให้เป็นนิติบุคคลเพื่อให้สามารถ รองรับการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้นตามพ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 6 และยกฐานะสภาตำบลซึ่งมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 43 ประกอบด้วยสภาองคืการบริหารส่วนตำบลและ คณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลตามมาตรา 44 เกณฑ์ที่กำหนดให้สภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นไปตามพ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลพ.ศ. 2537 มาตรา 40 สภาตำบลที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาสามปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทหรือตามเกณฑ์รายได้เฉลี่ยวรรคสองอาจจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลไดโดยทำเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทยและให้พ้นสภาพของสภาตำบลตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยไดประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลและให้โอนบรรดางบประมาณทรัพย์สิน สิทธหนี้และเจ้าหน้าที่ของสภาตำบลไปเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบล และจากผลของพ.ร.บ.ดังกล่าวได้เกิดการเปลี่ยนแปลงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินอย่างขนานใหญ่อันเนื่องมาจากการกระจายอำนาจจากรัฐบาลลงสู่องค์กรประชาชนในระดับตำบลครั้งประวัติศาสตร ์อบต. แต่ละแห่งจะมีพื้นที่รับผิดชอบในเขตตำบลที่ไม่อยู่ในเขตของเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นยกเว้นองค์การบริหารส่วนจังหวัด